บทที่ 3 พี่มินทร์ไม่ชอบชาแล้ว?
วันที่สี่…ทิชาไม่ได้เดินตรงมาหาเขาอีกแล้ว เธอเพียงยืนอยู่ไม่ไกล มองกลุ่มเด็กผู้ชายที่กำลังคุยกันอยู่ข้างสนาม ดวงตาของเธอมองหาใครบางคนอยู่เงียบ ๆ
เด็กหญิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“ชา?”
เตมินทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นตามปกติ
“วันนี้ไม่ต้องรอพี่นะ พี่จะเล่นบอล”
ทิชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ
“ค่ะ”
จากนั้นเธอก็เดินจากไป ครั้งนี้...เธอไม่ได้หันกลับมามองเขาเลย
เตมินทร์ไม่ได้สังเกต เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรผิด เพราะในความคิดของเขา เขาไม่ได้ทิ้งทิชา เขาแค่มีเพื่อนเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง
คืนนั้น ทิชานอนกอดหมอนอยู่บนเตียง เธอนึกถึงเมื่อก่อน เมื่อก่อนถ้าพี่มินทร์ตื่นสาย เขาจะเป็นฝ่ายวิ่งข้ามถนนมาหาเธอแล้วบอกให้รีบวิ่งไปโรงเรียน
หรือหากเธออยากจะเล่น ไม่ว่าเขาจะกำลังอ่านหนังสือ เล่นเกม หรือทำอะไรอยู่ พี่มินทร์ก็จะยอมวางทุกอย่างแล้วมานั่งเล่นกับเธอ
แต่ตอนนี้...พี่มินทร์มีเพื่อนใหม่ๆ มีเรื่องสนุก ๆ ของตัวเอง แล้วเขาเลยลืมเธอหรือเปล่านะ ?
เด็กหญิงพลิกตัวหันหน้าเข้าหาผนัง พยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร พี่มินทร์ก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้น เธอเองก็ควรจะมีเพื่อนๆ เยอะๆ เหมือนพี่มินทร์เหมือนกัน
แบบนั้น…เธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกเหงาแบบนี้ใช่ไหม แต่ยิ่งพยายามคิดแบบนั้น ขอบตากลับยิ่งร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“ฮือ~ใจร้าย...” เสียงเล็ก ๆ พึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ
“พี่มินทร์ใจร้ายที่สุดเลย”
และนับตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่มีเด็กหญิงตัวเล็กมายืนรอเตมินทร์อยู่ที่หน้าบ้านอีก ไม่มีแม้แต่เสียงเรียก “พี่มินทร์!” และไม่มีใครเดินกลับบ้านข้าง ๆ เขาอีกแล้ว
ช่วงแรกเตมินทร์ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอผ่านไปหลายวัน ความเงียบที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดากลับเริ่มรู้สึกแปลกขึ้นมา ไม่มีใครเดินตามหลังเขา ไม่มีใครถามว่าเย็นนี้จะกลับบ้านกี่โมง ไม่มีใครมานั่งดูเขาเล่นฟุตบอล และไม่มีเด็กหญิงตัวเล็กคอยพูดเรื่องเดิมๆ ให้ฟังตลอดทางกลับบ้าน
เตมินทร์เริ่มสังเกตเห็นความเงียบของบ้านฝั่งตรงข้ามมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีเขาก็มองไปที่ประตูรั้วบ้านนั้นเฉยๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมองหาอะไร มีบางอย่างที่หายไปจากวันของเขา แต่เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าคืออะไร
จนเย็นวันหนึ่ง ขณะถือจานอาหารที่แม่ฝากไปให้บ้านของทิชา เขาก็ถามขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“แล้วชาล่ะครับ?”
แม่ของทิชาหันไปมองชั้นบน “ชา! ลงมาหาพี่มินทร์หน่อยลูก”
ไม่มีเสียงตอบ
“ชา!”
ครู่หนึ่ง เสียงเด็กหญิงจึงดังลงมา
“หนูยุ่งอยู่ค่ะ”
เตมินทร์ขมวดคิ้ว
แม่ของทิชาหันขึ้นไปมอง “อะไรของยัยลูกคนนี้ พี่เขาอุตส่าห์มาหา”
เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเสียงเล็ก ๆ จะตอบกลับมา “ก็หนูไม่ได้ขอให้พี่มินทร์มาสักหน่อย”
เตมินทร์นิ่ง เขาไม่เคยได้ยินชาพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน
แม่ของทิชามองหน้าเตมินทร์อย่างเกรงใจ
“มินทร์รอน้าสักแป๊บนะลูก เดี๋ยวน้าเอาจานไปเปลี่ยนก่อน”
“ครับ” เด็กหนุ่มเดินออกมายืนหน้าบ้าน ในหัวมีแต่คำถามวนเวียน ชาเป็นอะไรไป เขาคิดอยู่พักหนึ่ง หรือว่าเธอโกรธเขา แต่เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอโกรธเรื่องอะไร
เช้าอีกวัน เตมินทร์ตื่นเร็วกว่าปกติ เขายืนอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้า เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่เขาตั้งใจมารอทิชา
หนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ที่เขากับชาไม่ได้เดินไปโรงเรียนด้วยกัน
ไม่นานนัก ประตูบ้านฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก เด็กหญิงเดินออกมาพร้อมกระเป๋านักเรียน
เตมินทร์ลุกขึ้นทันที “ชา”
ทิชาชะงัก สายตาของเธอเลื่อนมาหาเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบือนหนี แล้วเดินผ่านไป
เตมินทร์ขมวดคิ้ว “เดี๋ยวสิ”
เด็กหญิงไม่หยุด เขารีบเดินตาม ก่อนจะคว้ามือเธอเอาไว้
“เป็นอะไร?”
“เปล่า”
“แล้วทำไมไม่คุยกับพี่?”
“ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”
เตมินทร์มองเธออย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่าง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ขาข้างหนึ่งของทิชาลงน้ำหนักน้อยกว่าอีกข้าง เธอกำลังเดินกะเผลก
“ชา”
“อะไร”
“ขาเป็นอะไร?”
เด็กหญิงรีบดึงมือกลับ “ไม่ได้เป็นอะไร”
“แล้วทำไมเดินแบบนั้น?”
“ไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ”
มินทร์มองเธออยู่นาน ก่อนจะถามอีกครั้ง
“เจ็บตรงไหน?”
ทิชาไม่ตอบ เด็กหนุ่มกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่เมื่อทิชาเงยหน้าขึ้นมา เขากลับต้องหยุด ดวงตากลมๆ ของเธอกำลังแดงก่ำ มีน้ำตาคลออยู่เต็มสองข้าง
“ชา...”
“ก็พี่นั่นแหละ” เสียงเล็กสั่นเครือ
มินทร์นิ่งไป “พี่ทำไม?”
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนแก้มของเด็กหญิง
“พี่มินทร์ไม่เหมือนเดิม พี่มินทร์ไม่ชอบชาแล้ว”
“เดี๋ยวนะ” เตมินทร์ยิ่งงงกว่าเดิม “พี่เปลี่ยนไปตอนไหน?”
“ก็ตั้งแต่พี่ไม่ยอมเดินไปโรงเรียนกับชา!” เสียงของเด็กหญิงเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆ “ตอนเย็นพี่ก็ไล่ให้ชากลับคนเดียว เสาร์อาทิตย์ชาจะไปเล่นด้วย พี่ก็ไม่อยู่ ออกไปกับเพื่อนคนอื่น!”
เตมินทร์เงียบ เพิ่งรู้ตัวว่าตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอาจไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเธอเลยสักครั้ง สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นแค่ การมีเพื่อนเพิ่ม กลับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครอีกคนขนาดนี้
“แล้วเมื่อวาน...” ทิชาก้มหน้าลง “เมื่อวานชาก็เรียกพี่”
เตมินทร์ชะงัก “เรียกพี่?”
“ชาเรียกตั้งหลายครั้ง”
เด็กหนุ่มพยายามนึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเมื่อวานมีใครเรียกชื่อเขา แต่ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นเพื่อน
“พี่ไม่ได้ยิน”
“แต่พี่หันมาแล้ว” น้ำเสียงของเธอสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง “ชาเห็นพี่หันมา...แล้วพี่ก็เดินไปกับเพื่อน”
เตมินทร์พูดไม่ออก เขาไม่เคยรู้เลยว่าตอนนั้นเด็กหญิงกำลังยืนอยู่ตรงไหน และไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจทำ กลับทำให้ทิชาเสียใจถึงขนาดนี้
